บทที่ 3 น้องสาวมันส์แซ่บ/3

Chapter 01 : ทำเป็นเมิน

นี่เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ฉันต้องตื่นขึ้นมาช่วยแม่เตรียมของในครัวเพื่อจะทำอาหารแบบนี้เป็นประจำทุกวัน คำว่านอนตื่นสายแบบตะวันโด่งมะลิคนนี้ไม่เคยรู้จักหรอก แม่มักจะชอบพูดกรอกหูทุกวันว่าเราเป็นเด็กผู้หญิงต้องตื่นเช้าและงานบ้านงานเรือนต้องหัดทำให้เป็น เอาจริงๆ เด็กผู้ชายก็ทำได้เปล่าวะ

“แล้วนี่ทำไมพี่เมฆยังไม่ตื่นอีกล่ะมะลิ” แม่ถามฉันพลางหยิบพวกผักออกมาล้าง

“หนูจะไปรู้เหรอจ๊ะแม่ เดี๋ยวนี้พี่เมฆเค้าได้เป็นถึงสารวัตรแล้วนิ จะไปทำงานสายก็คงจะไม่มีใครว่า” อันนี้ตอบแบบประชด

“เป็นสารวัตรก็จริง แต่ก็ควรจะตรงต่อเวลา และอีกอย่างอย่าทำตัวอีโก้สูงและเย่อหยิ่งในตำแหน่ง”

“แม่ก็ไปบอกกับพี่เมฆสิจ๊ะ”

“แม่ก็แค่พูดให้ฟังเฉยๆ เราก็เหมือนกันนะมะลิ ไม่ใช่มีพี่เป็นตำรวจแล้วจะไปทำตัวกร่างหรือหาเรื่องใครไปทั่วไม่ได้นะ”

“โถ่...แม่” พูดแล้วทำหน้ายู่ใส่แม่

มีพี่เป็นตำรวจก็จริง แต่เขาน่ะไม่เคยจะสนใจฉันเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่คำสั่งของแม่เขาก็จะไม่มีทางทำ อย่างเมื่อคืนที่พี่เมฆตามไปเฝ้าที่คลับก็เพราะว่าเป็นคำสั่งของแม่ให้ตามไปดูแลน้องสาวคนนี้เพราะพึ่งจะเคยเที่ยวและดื่มเป็นครั้งแรก

และก็...ดันได้กินพี่เมฆครั้งแรกด้วย อุอิ ^^

พูดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ คนอะไรปากไม่ตรงกับใจ ปากบอกไม่นะ...อย่าทำ แต่กระแทกสวนมาไม่ยั้ง

ถ้าถามว่าผิดไหมที่พี่น้องจะเอากัน ในความคิดของมะลิคนนี้ขอตอบเลยว่าไม่ผิด! เพราะมั่นใจได้ว่ายังไงเราสองคนก็ไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกันแน่ๆ ไม่ฉันก็พี่เมฆที่จะต้องเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แล้วที่แม่เลี่ยงไม่อยากบอกอาจจะกลัวว่าคนใดคนหนึ่งจะเสียใจหรือเปล่าในความคิดฉันนะ

อีกอย่างคนมันชอบก็คือชอบ มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยจริงๆ และฉันแอบชอบพี่เมฆมาตั้งนานแล้วด้วย ตั้งแต่ตอนที่แตกเนื้อสาวน่าจะช่วงอายุสิบสี่หรือสิบห้าประมาณนี้ แต่อีพี่เมฆจะชอบพูดดักและกันท่าใส่กันตลอด

คอยดูเถอะสักวันจะต้องมาสยบให้น้องมะลิคนนี้แน่นอน

.....

โต๊ะอาหาร

ตอนนี้เราสามคนนั่งร่วมวงกินข้าวกันอยู่ที่โต๊ะ ฉันเอาแต่จ้องมองพี่เมฆอย่างไม่ละสายตา ทำไมกันนะทั้งที่เมื่อคืนเราสองคนพึ่งจะเอากันแท้ๆ แต่วันนี้เขาดันทำตัวแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และยังทำเมินเฉยใส่ด้วยนะ

“แม่...วันนี้แพรจะมาค้างที่บ้านเรานะ” พี่เมฆพูดกับแม่

“ได้สิ ว่าแต่ทางพ่อแม่เค้าไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”

“แพรเป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่น่ะ”

“อ่อ ได้ๆ แม่จะได้เตรียมห้องให้”

“ไม่ต้องแม่ แพรจะนอนห้องเดียวกับเมฆ”

เคร้ง!

เสียงช้อนหล่นกระทบลงบนจานข้าวที่เป็นจานกระเบื้อง

“เป็นอะไรน่ะมะลิ มือไม้อ่อนแรงหรือยังไงนะ แค่ช้อนยังทำหลุดมือได้” แม่หันมาดุใส่ฉัน

พี่เมฆเองก็หันมามองเช่นกัน แต่แค่แว้บเดียวแล้วก็หันไปตักข้าวเข้าปากอย่างเพิกเฉยต่อ

“หนูอิ่มแล้วนะแม่” พูดจบก็ลุกเดินเอาจานไปเก็บในครัว

ให้ตายสิ! นี่พี่เมฆจะเอายัยแพรนั่นมานอนที่บ้านในคืนนี้งั้นเรอะ หึ! คบกันถึงเดือนยังเหอะพามานอนบ้านอะ ทำแบบนี้มันจะหยามกันเกินไปแล้วนะ

“ฝากล้างด้วย” อยู่ๆ เสียงทุ้มเข้มก็พูดขึ้นแล้ววางจานลงในอ่างล้างจานที่ฉันกำลังล้างอยู่

“เดี๋ยว! พี่กินพี่ก็ล้างสิ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็เรียกแพรสุดที่รักของพี่มาล้างให้ก็แล้วกันนะ” พูดพลางเดินชนไหล่เขาออกไปและแม่ก็เดินสวนเข้ามาพอดี

“เดี๋ยวก่อนมะลิ หยุดยืนอยู่ตรงนั้นก่อน นี่สองคนพี่น้องมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า แม่สังเกตเห็นเราตึงๆ ใส่กัน ทะเลาะกันเรื่องอะไรไหนบอกแม่มาสิ” แม่ถามอย่างคาดคั้นต้องการคำตอบ

“เปล่านิแม่ เรารักกันดีอยู่นะ แม่อะชอบคิดมากไปเอง” พี่เมฆพูดพลางเดินเข้ามากอดคอฉันแล้วฉีกยิ้มให้แม่ “พี่ชายคนนี้รักน้องสาวจะตาย จะทะเลาะกันได้ยังไงเนอะมะลิ”

“พี่เมฆโกหก แม่อย่าไปเชื่อนะ” ตอบตรงกันข้ามแล้วผละตัวออก ก่อนจะไปยืนหลบอยู่หลังแม่

ครั้งนี้อีมะลิไม่คล้อยตามไอ้พี่เมฆมันหรอกนะ

“อะไรกัน แม่งง?”

“ก็เมื่อคื่นนี้อะ พี่เมฆ...”

“มะลิ!!” พี่เมฆเรียกด้วยน้ำเสียงดุดันและเพ่งสายตามองมาประมาณว่าห้ามพูด

“ทำไม เมื่อคืนเมฆทำอะไรน้อง บอกแม่มาเดี๋ยวนี้!”

“ปะ...เปล่านะแม่ มะลิก็พูดไปเรื่อยเปื่อย” น้ำเสียงเขาดูเลิ่กลั่กแล้วใบหน้าหล่อเริ่มมีเหงื่อซึมผุดออกมา

“มะลิบอกแม่มาว่าพี่เขาทำอะไรเรา”

“พี่เมฆทำหนูเลือดออก! หนูยังเจ็บไม่หาย...”

“เฮ้ยมะลิ!!” เขามองหน้าคาดโทษแล้วพูดขึ้นอีก “แม่เดี๋ยวเมฆขอคุยกับมะลิแป๊บนะ” พี่เมฆรีบคว้าตัวฉันแล้วเอามือปิดปากก่อนจะลากขึ้นไปบนห้องของเขาทันที

เมื่อเข้ามาในห้องเขาก็เอามือออกและปล่อยตัวฉันให้เป็นอิสระ “พูดบ้าๆ อะไรออกไปรู้ตัวรึเปล่า”

“ลิก็แค่บอกแม่ว่าพี่เมฆทำลิเลือดออกแค่นั้นเอง” ทำหน้าใสๆ ซื่อๆ ใส่ แล้วนั่งลงตรงปลายเตียงนอน “พี่คิดมากไปนะ”

“ก็นั่นแหละ ไอ้คำว่าพี่ทำมะลิเลือดออกมันก็หมายความว่าเลือด...” เขานิ่งชะงักไป

“หมายความว่าอะไรเหรอ? จะใช่สิ่งที่ลิคิดปะ”

“แล้วมะลิหมายความว่าอะไร?”

“หมายความว่า...”

“ว่าอะไร”

“ไม่บอกพี่หรอก ลิไปบอกกับแม่ดีกว่า” เตรียมลุกขึ้นแล้วจะเดินออกไปแต่ก็โดนแขนแกร่งล็อกตัวไว้แน่นเสียก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป